3 ข้อ ก่อนจัดสัมมนา ..สุดท้ายในชีวิตนักศึกษา 
วันนี้เปิดเรื่อง Bambino ให้เด็กๆโฆษณาปี4 ดูกัน น่าเสียดายที่หลายคนไม่ได้ดูด้วย
เป็นเรื่องของชายหนุ่มที่ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อเป็นเชฟ(กุ๊ก)ร้านอาหารอิตาลี
แต่เจ้าของร้านบอกให้ทำงานเป็นพนักงานเสิร์พก่อน เพราะถ้าไม่รู้จักหรือไม่เข้าใจลูกค้า
ก็คงเป็นเชฟที่ดีไม่ได้ ..
อ.ทิมกะอ.ตั้ม ยังคิดว่าผมจะสอนวิชาทำครัวให้เด็กโฆษณาซะแล้ว
.. 555
เด็กเอกโฆษณา ช่วงนี้อาจเจอภาวะกดดันกันพอสมควร
..ที่เคยเรียนสนุก ลุกนั่งสบาย ..บางทีผู้สอนก็หายไปนานจนนักศึกษาลืม
แถมยังมีหน้ามาบอกอีกว่าสอนคุ้มค่าเทอมแล้ว.. มาปีนี้ ปีสุดท้าย
แทนที่จะได้สบายๆ กลายเป็นว่าชีวิตมีแต่ความกดดัน มีแต่งานและการแข่งขัน
คงเป็นธรรมชาติของพวกเราอยู่เอง ที่ดู ๆแล้วไม่ค่อยจะมีวินัย
เหมือนเด็กเอกอื่นเขา พอจะเอาจริง เอาจังขึ้นมาก็เลยดูเกร็งกันไปใหญ่
เหลือเวลาไม่ถึง สองอาทิตย์ดีกับงานที่เรียกว่า
ฝากทิ้งท้ายเอาไว้ของทั้งเด็กวิชาเอก วิชาโท การโฆษณา ทั้งภาคปกติและภาคสมทบ
..ผ่านงานนี้ไปแล้ว คงไม่มีโอกาสได้กลับมาทำงานร่วมกันอีก
ทั้งคุณและผม รวมถึงคุณและเพื่อนๆทุกคน จริงๆแล้ว ก็เป็นแค่อีกงาน
ที่คุณอาจมองว่าแลกมาด้วยคะแนน เพื่อจะจบ เพื่อจะได้ปริญญา
ผ่านงานวันนั้นไปแล้ว จะมีใครจดจำ ?
.. อย่างน้อยก็มีคุณคงหนึ่งละที่จะจำได้
.. จำเรื่องราวที่เรารู้สึกเหนื่อยหน่าย ท้อแท้
.. จำได้ว่ามีคนบางคนที่พร้อมจะอยู่กับเรา ช่วยเรา ปลอบใจเรา
.. หรือถ้าคิดว่าน้อยไป ก็คงมีผมอีกคน
.. เรื่องหลายเรื่อง เมื่อผ่านไปแล้ว ก็ไม่หวนคืนมาอีก แต่ทุกครั้งที่ได้ระลึกถึง
ได้พูดถึง ก็ทำให้ยิ้มได้อย่างสุขใจทุกครั้ง
วันนี้ ตั้งใจว่าจะคุยกันเรื่องงานสัมมนา แต่นักศึกษาไม่พร้อมจะคุย
เลยเปิดเรื่อง Bambino ให้ดูกัน
พร้อมขอ 3 ข้อก่อนจัดงานสัมมนา (ซึ่งได้มาจากการดูหนัง?)
ข้อแรก เราทำงานกันเป็นทีม ทุกคนมีงานของตน แต่ถ้ามีปัญหา
ทุกคนต้องพร้อมที่จะช่วยกันแก้ไข ไม่ใช่ฝากเป็นภาระให้ใครคนใดคนหนึ่งมาตามแก้
หรือต้องรับผิดชอบ
ข้อสอง เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น ไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง
การตำหนิ หรือการกล่าวขอโทษไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
ข้อสาม ผมชอบประโยคนี้มาก ในเรือง Bambino หัวหน้าพ่อครัวฝากประโยคเด็ดให้กับแบมบี้(พระเอก)ที่ทำงานเสิร์พอาหารแบบซังกะตายว่า ถ้าไม่มุ่งมั่นกับงานที่ทำอยู่ตรงหน้า
ก็ไม่มีสิทธิ์พูดถึงความฝันของตัวเอง
..ไม่มีประโยชน์เลย ถ้าคุณไม่ได้รู้สึกมุ่งมั่นกับสิ่งที่ทำอยู่
หรือแค่ทำแบบขอไปที เพราะทุกคนทำงานกันเป็นทีม ทุกๆคนมีปัญหาส่วนตัวกันทุกคน
ทุกๆคนต้องสละเวลาส่วนตัวของตัวเองมาเพื่อทำงานร่วมกัน
..เป็นการเห็นแก่ตัวมาก ที่ปากกล่าวคำขอโทษ แต่ใจยังไม่เต็มร้อยกับงานที่ทำ
วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการจัดงานสัมมนานักศึกษา
ไม่ใช่การแสดงศักยภาพให้คนอื่นเห็น..ประเด็นสำคัญที่พวกคุณอาจลืมเลือนไป
คือ การที่พวกคุณจะได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน
..เป็นครั้งสุดท้าย
หลังจากนี้ ทุกคนจะต้องเดินไปตามเส้นทางของตัวเอง
จัดงานยิ่งใหญ่ได้ แต่รักกันไม่ได้ ..ความสามารถมี แต่มิตรภาพไม่มี
..ก็อย่าจัดงานเลยขอถาม เขาถาม
ขอถามเขาๆเติมอะไรใส่ ฉันเติมอะไรลงไปในไข่
ขอตอบ เขาตอบ ใส่ความตั้งใจนั้น และแสนสำคัญจริงใจกับไข่
(นายไข่เจียว : ประภาส ชลศรานนท์)
Aug 22, '07
|